เงินสำรองฉุกเฉิน มีเท่าไหร่ถึงจะพอ? พร้อมวิธีออมเงินให้ต่อเนื่อง

Meowjot9 มิ.ย. 69

เงินสำรองฉุกเฉิน มีเท่าไหร่ถึงจะพอ? พร้อมวิธีออมเงินให้ต่อเนื่อง

เงินสำรองฉุกเฉิน เป็นเงินก้อนที่พี่มนุษย์รู้ว่าควรมี โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้สม่ำเสมอ ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่าย แต่หากเป็นฟรีแลนซ์หรือหัวหน้าครอบครัว จำนวนเงินสำรองที่ควรเก็บก็อาจจะมากกว่านั้น ซึ่งเหมียวขอบอกเลยว่า การสร้างเงินสำรองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แค่รู้รายจ่ายจำเป็นของตัวเองและวางแผนออมอย่างเหมาะสมก็เริ่มได้ไม่ยาก บทความนี้เหมียวจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงินสำรองฉุกเฉินกัน

เงินสำรองฉุกเฉิน คืออะไร ทำไมหลายๆ คนถึงยังเก็บไม่ได้?

เงินสำรองฉุกเฉิน คือ เงินที่เก็บแยกไว้โดยเฉพาะ เพื่อใช้รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งต่างจากเงินออมทั่วไปที่มีเป้าหมายเพื่อการใช้ชีวิตในระยะยาว เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ไปเที่ยว หรือลงทุน เพื่อช่วยให้พี่มนุษย์ผ่านช่วงเวลาที่การเงินสะดุดได้โดยไม่ต้องรีบรูดบัตรเครดิต กดเงินสด สมัครสินเชื่อดอกเบี้ยสูง หรือยืมเงินคนรอบข้างนั่นเอง

ทำไมควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน?

ชีวิตจริงมักมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แจ้งเตือนล่วงหน้าเสมอ ต่อให้วางแผนรายเดือนได้ดีแค่ไหน ก็ยังมีโอกาสเจอสถานการณ์ที่ต้องใช้เงินทันที เช่น ตกงานกะทันหัน เจ็บป่วยฉุกเฉิน รถเสีย โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงานพัง เมื่อมีเงินก้อนนี้รองรับความเสี่ยงไว้ก็จะช่วยให้พี่ ๆ อุ่นใจมากขึ้น

ส่องเหตุผลทำไมเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไม่ได้สักที

พี่ ๆ หลายคนเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไม่ได้ ไม่ใช่เพราะขาดวินัยเสมอไป แต่เพราะยังไม่เห็นภาพรวมการเงินของตัวเองชัดพอ จึงไม่รู้ว่าควรเริ่มออมจากตรงไหนหรือวางเป้าหมายอย่างไร

สาเหตุที่พบบ่อย เช่น

      ● รายจ่ายเล็ก ๆ ในแต่ละวันสะสมจนกลายเป็นเงินก้อนใหญ่โดยไม่รู้ตัว

      ●  ตั้งใจจะออมตอนสิ้นเดือน แต่เงินหมดก่อนทุกครั้ง

      ● คิดว่าต้องมีรายได้มากกว่านี้ก่อนถึงจะเริ่มเก็บเงินได้

      ● ไม่รู้ว่าควรตั้งเป้าเงินสำรองฉุกเฉินไว้เท่าไหร่

      ● เลื่อนการออมออกไปเรื่อย ๆ เพราะยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน

ควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่ ถึงจะอยู่รอดตอนวิกฤติ?

ควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่

จริง ๆ แล้วไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะแต่ละคนมีรายได้ รายจ่าย และภาระทางการเงินแตกต่างกัน ก่อนกำหนดเป้าหมายการออม

ลองมาดูวิธีประเมินและคำนวณจำนวนเงินสำรองฉุกเฉินที่เหมาะกับตัวเองกันดีกว่า

1.  ตั้งต้นเก็บเงินสำรองฉุกเฉินจากรายจ่าย ไม่ใช่รายได้

วิธีคำนวณเงินสำรองฉุกเฉิน เริ่มจากการดูรายจ่ายจำเป็นในแต่ละเดือน โดยให้นับเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ายา หรือภาระหนี้ที่ต้องจ่ายเป็นประจำ และแยกออกจากรายจ่ายฟุ่มเฟือยหรือค่าใช้จ่ายที่สามารถลดได้

วิธีคิดง่าย ๆ คือ นำรายจ่ายจำเป็นต่อเดือน × จำนวนเดือนที่ต้องการสำรอง ก็จะได้เป้าหมายเงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมีสำหรับสถานการณ์ของตัวเอง เช่น

หากมีรายจ่ายจำเป็นเดือนละ 15,000 บาท และต้องการเงินสำรอง 3 เดือน

      ● ให้นำ 15,000 × 3 = 45,000 บาท

แต่ถ้าต้องการสำรอง 6 เดือน

      ● ให้นำ 15,000 × 6 = 90,000 บาท

2.  สำรวจรูปแบบรายได้ เพื่อประเมินเงินสำรองฉุกเฉิน

รูปแบบรายได้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยตอบว่าเงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่ เพราะคนที่มีรายได้สม่ำเสมอกับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน ย่อมมีความเสี่ยงทางการเงินต่างกัน

      ● มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้สม่ำเสมอ ควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน ประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นต่อเดือน เช่น รายจ่าย 20,000 บาทต่อเดือน ควรมีเงินสำรอง 60,000-120,000 บาท

      ●  ฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน ควรมีเงินสำรองประมาณ 6-10 เท่าของรายจ่ายจำเป็นต่อเดือน เพื่อรองรับช่วงที่รายได้ลดลงหรือไม่มีงานเข้า

      ●  ผู้ที่มีภาระดูแลครอบครัว มีลูก ผู้สูงอายุ หรือมีหนี้ประจำจำนวนมาก ควรตั้งเป้าเงินสำรองสูงกว่าปกติ เพราะความเสี่ยงทางการเงินส่งผลต่อคนในครอบครัวด้วย

3.  วางเป้าหมายเงินสำรองฉุกเฉินตามแต่ละช่วงของชีวิต

เงินสำรองฉุกเฉินไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะเมื่อรายจ่ายเปลี่ยน เป้าหมายเงินสำรองก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย เช่น ย้ายบ้านแล้วค่าเช่าเพิ่ม เปลี่ยนงานแล้วรายได้ผันผวนมากขึ้น เริ่มมีครอบครัว มีลูก หรือมีภาระดูแลคนในบ้านเพิ่มขึ้น

ดังนั้น พี่มนุษย์ควรทบทวนยอดเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุกครั้งที่สถานการณ์การเงินเปลี่ยนแบบมีนัยสำคัญ เพื่อให้เงินก้อนนี้ยังสอดคล้องกับชีวิตจริง ไม่ต่ำเกินไปจนรับมือวิกฤติไม่ได้ และไม่สูงเกินไปจนทำให้รู้สึกกดดันเกินจำเป็น

มีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว จะรักษาไว้ยังไงให้ได้ต่อเนื่องได้จริง?

มีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว จะรักษาไว้ยังไงให้ได้ต่อเนื่องได้จริง

มีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว ไม่ได้หมายความว่าให้หยุดเก็บนะ เพราะสิ่งสำคัญคือการรักษาเงินก้อนนี้ให้พร้อมใช้ในวันที่จำเป็นจริง ๆ โดยไม่ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แล้วควรเก็บไว้ที่ไหนหรือจัดการยังไงให้เงินยังอยู่ครบเมื่อถึงเวลาต้องใช้จริง มาดูกันต่อเลย

เงินสำรองฉุกเฉินต้องเข้าถึงได้ทันทีเมื่อจำเป็น

เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บไว้ในที่ที่ถอนใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น บัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากที่มีสภาพคล่องสูง เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน สิ่งสำคัญคือการเข้าถึงเงินได้ทันที ไม่ใช่การรอผลตอบแทนจากการลงทุน จึงไม่ควรนำเงินก้อนนี้ไปไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงหรือมีข้อจำกัดในการถอน

เก็บเงินสำรองไว้ในบัญชีแยกต่างหาก กันเผลอใช้โดยไม่ตั้งใจ

การแยกบัญชีเงินสำรองฉุกเฉินออกจากบัญชีใช้จ่ายประจำวัน ช่วยลดโอกาสนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้โดยไม่จำเป็น และทำให้เห็นชัดว่าเงินส่วนไหนเป็นเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉินโดยเฉพาะ หากเลือกบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยเหมาะสมและถอนใช้ได้สะดวก ก็จะช่วยรักษาเงินก้อนนี้ไว้ได้ดียิ่งขึ้น

มีเงินสำรองฉุกเฉินไว้คงที่ ไม่ใช่เพื่อต่อยอดลงทุน

หน้าที่หลักของเงินสำรองฉุกเฉินคือการรองรับความเสี่ยงทางการเงิน ไม่ใช่การสร้างผลตอบแทน ดังนั้นควรเก็บเงินก้อนนี้ไว้ในรูปแบบที่ปลอดภัยและพร้อมใช้เสมอ ส่วนการลงทุนควรใช้เงินอีกส่วนที่เหลือจากการมีเงินสำรองเพียงพอแล้ว เพื่อไม่ให้ต้องขายสินทรัพย์ขาดทุนเมื่อเกิดเหตุจำเป็นกะทันหัน

อยากวางแผนเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน เริ่มยังไงให้ไม่กดดัน?

การเริ่มเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นให้เหมาะกับสถานการณ์การเงินของตัวเอง และออมอย่างต่อเนื่อง หากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอย่างไร ลองดูวิธีง่าย ๆ ในหัวข้อนี้กัน

1.  เริ่มเก็บเงินสม่ำเสมอ แม้เป็นจำนวนเล็ก ๆ

ถ้าตอนนี้ยังมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ อาจเริ่มออมจากยอดเล็ก ๆ ที่ทำได้จริงก่อน เช่น 300-1,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 5-10% ของรายได้ โดยตั้งเป้าหมายแรกเป็นเงินสำรองก้อนเล็กก่อน แล้วค่อยเพิ่มยอดออมเมื่อสถานการณ์การเงินดีขึ้น

2.  ออมก่อนใช้ ไม่ใช่รอเหลือค่อยออม

วิธีที่ช่วยให้เก็บเงินสำรองฉุกเฉินได้จริง คือ กันเงินออมออกทันทีเมื่อมีรายได้เข้า แทนการรอให้เหลือตอนสิ้นเดือน เพราะการออมก่อนใช้จะช่วยให้มีเงินเก็บอย่างสม่ำเสมอและลดโอกาสใช้เงินเกินแผน

3.  แยกบัญชีออมฉุกเฉินออกมาต่างหาก อย่าปนกับเงินใช้จ่าย

ควรเปิดบัญชีแยกสำหรับเงินสำรองฉุกเฉินโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการนำเงินออกมาใช้โดยไม่ตั้งใจ และช่วยให้เห็นชัดว่าเงินส่วนนี้มีไว้สำหรับเหตุจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

4.  ทบทวนยอดเป้าหมายทุกครั้ง

เมื่อรายจ่ายหรือรูปแบบชีวิตเปลี่ยนไป ควรกลับมาทบทวนเป้าหมายเงินสำรองฉุกเฉินเป็นระยะ เพื่อให้จำนวนเงินที่เก็บไว้ยังเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน

5.  ไม่ใช้เงินสำรองฉุกเฉิน ถ้าไม่ใช่เหตุจำเป็นจริง ๆ

เงินสำรองฉุกเฉินควรใช้เฉพาะกรณีจำเป็นจริง เช่น ตกงาน เจ็บป่วย หรือมีค่าใช้จ่ายเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากจำเป็นต้องนำออกมาใช้ ควรวางแผนเติมเงินกลับเข้ากองสำรองให้เร็วที่สุดหลังสถานการณ์คลี่คลาย

เก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้ตามเป้า เริ่มจากการรู้รายรับ-รายจ่าย

อยากวางแผนเก็บเงินสำรอง

การเก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้สำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการรู้ว่าตัวเองใช้เงินไปกับอะไรบ้างในแต่ละเดือน เพราะเมื่อเห็นภาพรายรับ-รายจ่ายชัดขึ้น ก็จะวางแผนออมได้ง่ายและทำได้จริงมากกว่าเดิม

      ●  ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหน หลายคนรู้สึกว่าเงินหมดเร็วทั้งที่ไม่ได้ซื้อของชิ้นใหญ่ เพราะรายจ่ายเล็ก ๆ ในแต่ละวันสะสมจนกลายเป็นเงินก้อนโต

      ●  ใช้เงินเกินแต่ไม่รู้ตัว หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เก็บเงินสำรองฉุกเฉินไม่สำเร็จ คือการใช้เงินเกินงบโดยไม่รู้ตัวจนต้องดึงเงินออมออกมาใช้

      ●  ไม่รู้ว่าเดือนนี้ออมได้เท่าไหร่ ก็ตั้งเป้าไม่ถูก การตั้งเป้าออมโดยไม่รู้ค่าใช้จ่ายจริง อาจทำให้ตั้งเป้าสูงเกินไปจนทำไม่สำเร็จ

แต่ไม่ต้องท้อใจไป เพราะในปัจจุบัน เรามีตัวช่วยดี ๆ อย่าง แอปเหมียวจด แอปจดรายจ่ายอัตโนมัติ ที่จะช่วยให้พี่มนุษย์รู้ทันการเงินของตัวเอง และวางแผนเก็บเงินสำรองฉุกเฉินได้ง่ายขึ้น

      ●  จดรายจ่ายอัตโนมัติจากสลิปโอนเงิน แค่เปิดแอปก็บันทึกรายการใช้จ่ายให้เลย พร้อมตัวกรองแยกธนาคาร ดูได้ว่าจ่ายจากบัญชีไหนมากที่สุด

      ●  จดบัตรเครดิต สายรูดบัตร ผ่อนบัตร ก็สามารถใช้เหมียวจดบันทึกรายจ่ายได้ แค่อัปโหลดใบแจ้งยอด รวมทุกรายการใช้จ่ายไว้ในที่เดียว

      ●  จัดหมวดหมู่รายจ่าย ตามทันว่าเงินออกไปกับอะไรบ้าง เพื่อให้รู้ว่าควรลดตรงไหนและนำเงินส่วนนั้นมาเก็บเป็นเงินสำรองฉุกเฉินได้อย่างไร

      ● กราฟสรุปรายจ่าย ดูย้อนหลังได้ ให้พี่ ๆ เห็นพฤติกรรมการใช้เงินในแต่ละเดือน ช่วยวางเป้าหมายเงินสำรองฉุกเฉินได้เหมาะสมกับตัวเองมากขึ้น

      ●  แจ้งเตือนเมื่อใช้ใกล้ถึงหรือเกินงบ โดยพี่ ๆ สามารถตั้งงบได้ทั้งแบบรายเดือนและเฉพาะหมวดหมู่ ทำให้ควบคุมการใช้เงินได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสการใช้จ่ายเกินตัวจนต้องดึงเงินสำรองมาใช้

เมื่อรู้ว่าเงินเข้าเท่าไหร่ ออกไปทางไหน และเหลือเก็บได้จริงแค่ไหน การสร้างเงินสำรองสำหรับวันไม่คาดฝันก็จะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้นและยั่งยืนกว่าเดิม

เริ่มจากรู้ทันการเงินตัวเองวันนี้ เพื่อให้วันฉุกเฉินไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์

เก็บเงินสำรองฉุกเฉินกับเหมียวจด

เรื่องราวที่เหมียวแนะนำ

DINK คืออะไร? ทำไมหลายคู่เลือกไม่มีลูก แล้วอยู่กันสองคนแบบแฮปปี้!

DINK คืออะไร? ทำไมหลายคู่เลือกไม่มีลูก แล้วอยู่กันสองคนแบบแฮปปี้!

DINK หรือ Double Income No Kids คือ รูปแบบชีวิตของคู่รักที่มีรายได้สองทางแต่ไม่มีลูก เพราะเหตุผลด้านอิสระ การเงิน และคุณภาพชีวิต

Meowjot21 ก.ค. 68
รับมือ Midlife Crisis วิกฤตวัยกลางคนที่กระทบทั้งจิตใจและการเงิน

รับมือ Midlife Crisis วิกฤตวัยกลางคนที่กระทบทั้งจิตใจและการเงิน

เพราะช่วงวัย 35-55 ปีเป็นเวลาที่ทุกคนเริ่มหันมาตั้งคำถามว่า ตัวเองประสบความสำเร็จรึยัง? มารู้จัก Midlife Crisis วิกฤตวัยกลางคน พร้อมวิธีรับมือทั้งด้านจิตใจและการเงิน

Meowjot30 ต.ค. 68
หมุนเงินไม่ทัน ทำยังไงดี? รวมวิธีเอาตัวรอดในช่วงเงินขาดมือ

หมุนเงินไม่ทัน ทำยังไงดี? รวมวิธีเอาตัวรอดในช่วงเงินขาดมือ

หมุนเงินไม่ทัน ทำยังไงให้รอด? รู้สาเหตุของปัญหาการเงินไม่พอ พร้อมวิธีการหมุนเงินที่ทำตามได้ง่ายและได้ผลจริง ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้ดีขึ้นได้ไม่ยาก

Meowjot30 ต.ค. 68
เงินสำรองฉุกเฉิน มีเท่าไหร่ถึงจะพอ? พร้อมวิธีออมเงินให้ต่อเนื่อง | เหมียวจด