ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ (Slow Life) สุขใจ สบายกระเป๋าพร้อมแผนการเงินที่ยั่งยืน

Meowjot30 ก.ย. 68

ความสำคัญของการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์

ในสังคมที่มีแต่ความเร่งรีบ พี่มนุษย์หลายคนอาจอยากลองใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ (Slow Life) เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้พักบ้าง ซึ่งชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่ได้หมายความว่าพี่มนุษย์ต้องย้ายไปอยู่นอกเมือง ตื่นสาย ๆ ปลูกผัก ทำสวน แล้วตัดขาดจากโลกภายนอก แต่สโลว์ไลฟ์คือการใช้ชีวิตให้ "ช้าลง" เพื่อเลือกให้เวลากับสิ่งสำคัญกับชีวิตในช่วงนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเอง การทำงาน หรือการเงิน

ชีวิตที่เร่งรีบมักพาให้เราใช้เงินแบบไม่ทันยั้งคิด ไม่ว่าจะกดสั่งของออนไลน์เพราะเห็นโปรโมชัน หรือซื้อของตามคนอื่นจะได้ไม่ตกเทรนด์ จนทำให้เงินรั่วไหลไปกับสิ่งไม่จำเป็นโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเลือกใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ พี่ ๆ ก็จะมีเวลาหยุดคิดก่อนจ่าย เลือกวางแผนและเก็บออมได้อย่างมีเป้าหมาย รวมถึงใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่ามากขึ้นด้วยนะ

ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่แท้ทรู เป็นยังไง

ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์เป็นยังไง

การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ คือ การเลือกชะลอชีวิตในแต่ละวันให้ช้าลงอย่างสติ และไม่ไหลไปตามกระแสความเร่งรีบของสังคมตลอด ซึ่งมี 4 แง่มุมหลัก ๆ ดังนี้

  • Sustainable Living (การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน): เลือกสิ่งที่สร้างประโยชน์ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารการกิน กิจกรรมที่ทำ ของใช้ ไปจนถึงการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ

  • Mindful Living (การใช้ชีวิตอย่างมีสติ): ใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และให้เวลากับสิ่งที่เติมคุณค่าให้กับชีวิตจริง ๆ เช่น การกินอาหารที่มีประโยชน์ การดูแลสุขภาพ หรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว

  • Minimalism (เน้นความเรียบง่าย ลดของฟุ่มเฟือย): เลือกจ่ายให้กับสิ่งที่มีคุณภาพ ใช้งานได้ และจำเป็นจริง ๆ และลดการซื้อที่ไม่จำเป็น

  • Anti-Fast-Paced Culture (ต่อต้านวัฒนธรรมเร่งรีบ): ไม่กดดันตัวเองตามกระแสหรือการแข่งขัน เน้น Work-Life Balance มากกว่าการทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัว

รู้หรือไม่? Slow Life เริ่มมาจากร้านแมคโดนัล

แนวคิด Slow Life มีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลีในช่วง 1980s–1990s จาก "Slow Food Movement" ของ Carlo Petrini ที่เกิดขึ้นเพื่อคัดค้านการเปิดสาขาร้าน McDonald's ในกรุงโรม โดยหัวใจของ Slow Food Movement คือการชวนให้คนกินอาหารที่มีคุณภาพ: เลือกวัตถุดิบท้องถิ่นที่สด ใหม่ ปลอดภัย และปรุงด้วยความใส่ใจ แทนที่จะเลือกกินฟาสต์ฟู้ดนั่นเอง

พอเวลาผ่านไป แนวคิดนี้ก็แพร่หลายและพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ โดยเป็นไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ จิตใจ และชีวิตการเงินแบบยั่งยืน

4 เหตุผลที่ "ชีวิตสโลว์ไลฟ์" เป็นเคล็ดลับการเงินที่คนยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม

ใช้เวลากับการคิดก่อนใช้

1. มีเวลาคิดก่อนใช้จ่าย

เมื่อไม่เร่งรีบ เราจะไม่ตัดสินใจใช้เงินแบบหุนหันพลันแล่น แต่จะมีเวลาทบทวนว่า "สิ่งนี้จำเป็นจริงไหม" ส่งผลให้การใช้เงินรอบคอบขึ้น

2. มองเห็นรายจ่ายฟุ่มเฟือยได้ง่ายขึ้น

ชีวิตที่ช้าลงทำให้เรามีเวลาเช็กพฤติกรรมการใช้เงินในแต่ละวัน เช่น การซื้อกาแฟแก้วละร้อยทุกวันอาจไม่จำเป็น เมื่อรู้ตัว เราก็เริ่มตัดค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่รวมกันแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่

3. ค่อย ๆ วางแผนระยะยาวโดยไม่กดดันตัวเอง

สโลว์ไลฟ์ไม่ใช่การหยุด แต่คือการก้าวไปข้างหน้าอย่างมีจังหวะ เราสามารถตั้งเป้าหมายการเงิน เช่น การมีเงินเก็บ 6 เดือนของรายจ่าย แล้วค่อย ๆ เดินตามแผนนั้นโดยไม่เครียดจนเกินไป

4. ลดความเครียดทางการเงิน

การใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ ทำให้เราไม่เปรียบเทียบกับคนอื่นจนกดดันตัวเอง การมุ่งโฟกัสกับเป้าหมายส่วนตัวจึงช่วยลดความกังวลเรื่องการเงิน และทำให้สุขภาพใจดีขึ้นด้วย

สรุปก็คือ สโลว์ไลฟ์ช่วยให้พี่ ๆ ได้ "คิดก่อนใช้" และตัดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้เยอะ เช่น จากเดิมที่เคยซื้อเสื้อผ้าหรือไอเท็มแฟชั่นตามกระแส ตอนนี้เปลี่ยนมาเลือกของที่จำเป็นและใช้ได้นาน ส่งผลให้เหลือเงินออมมากขึ้น และยังทำให้การวางแผนอนาคต เช่น การลงทุน หรือการสร้างกองทุนฉุกเฉิน เป็นไปได้ง่ายกว่าเดิม

สโลว์ได้ แต่รวยด้วย! 4 วิธีใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ให้แผนการเงินดีขึ้น

วิธีใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ยังไงให้การเงินดี

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ คือการไม่ทำงาน ไม่ขยัน หรือปล่อยชีวิตไปตามสบาย แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย คนที่ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์คือคนที่ "เลือก" ใช้เวลาและเงินไปกับสิ่งที่มีคุณค่า ไม่ไหลตามกระแสการใช้จ่ายเกินตัว และนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การวางแผนการเงินแข็งแรงขึ้น และมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว

1. ตั้งงบใช้เงินอย่างมีสติ

การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์จะทำให้เราไม่ใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย แต่รู้จักแยกแยะว่าอะไรจำเป็นจริง ๆ ทำให้เงินที่ออกไปทุกบาทมีคุณค่ามากกว่า และเหลือเก็บมากขึ้น

2. ใช้เวลาเติมพลังกับธรรมชาติแทนการใช้เงิน

การเดินป่า อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ช่วยให้ใจอิ่มเอมและผ่อนคลาย โดยไม่ต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายก้อนโต

3. ลดรายจ่าย-เพิ่มเงินเก็บ

ชีวิตสโลว์ไลฟ์ทำให้เรามีเวลาคิดก่อนซื้อ ไม่ตกหลุมโปรโมชันที่ล่อตาล่อใจง่าย ๆ ทำให้การเงินเป็นระบบและมีโอกาสเก็บเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ

4. ช่วยวางแผนการเงินระยะยาว

การใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ทำให้เรามีเวลาทบทวนเส้นทางชีวิต คิดเป้าหมายระยะยาว เช่น แผนเกษียณก่อนอายุ การลงทุน หรือการสร้างทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างมีเหตุผลมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น พี่มนุษย์ A เป็นพนักงานออฟฟิศที่เปลี่ยนมาลองใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ เลิกช้อปปิ้งออนไลน์ทุกสุดสัปดาห์ แล้วหันไปปลูกต้นไม้และออกกำลังกายแทน ทำให้รายจ่ายรายเดือนลดลงกว่า 30% เงินเก็บในบัญชีเพิ่มขึ้น และมีเวลาเริ่มต้นศึกษาการลงทุนเพื่ออนาคต

สุดท้ายแล้ว “Slow Life” ไม่ใช่แค่การใช้ชีวิตช้า ๆ แต่คือการมีสติ รู้จักคุณค่าของเวลาและเงิน เมื่อวางแผนดี เงินก็เติบโต และชีวิตก็สมดุลมากขึ้นจริง ๆ

สโลว์ไลฟ์ ไม่ได้ช้า แต่คือความชัดเจนในเส้นทางชีวิต

สโลว์ไลฟ์ ไม่ได้ช้า แต่คือความชัดเจนในเส้นทางชีวิต

การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ไม่ใช่การปล่อยชีวิตไปวัน ๆ แต่คือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วค่อย ๆ เดินไปหามันอย่างมีสติและไม่เร่งรีบ วิธีนี้ช่วยให้พี่มนุษย์มองการเงินได้ชัดขึ้น เพราะเราจะคิดก่อนใช้เงิน จัดลำดับความสำคัญ และวางแผนอนาคตอย่างเป็นระบบ

สำหรับพี่ ๆ ที่อยากเริ่มใช้ชีวิตให้ช้าลงและเริ่มสร้างนิสัยที่ดีทางการเงิน เหมียวแนะนำให้ แอปเหมียวจด แอปจดรายรับรายจ่ายอัตโนมัติที่จะให้พี่ ๆ ใช้จ่ายได้อย่างมีสติ ติดตามการเงินของตัวเองได้ชัด ๆ และวางแผนได้ง่ายขึ้น

  • จดรายจ่ายอัตโนมัติจากสลิปโอนเงิน ไม่ว่าจะจ่ายจากบัญชีธนาคารไหน แค่เปิดแอป เหมียวก็จดให้

  • จัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายได้ เช่น อาหาร ของใช้จำเป็น หรือช้อปปิ้ง เห็นได้ชัดเจนว่า จ่ายเงินไปทางไหนมากที่สุด และสามารถประหยัดตรงไหนได้บ้าง

  • สร้างแท็ก# เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายเฉพาะเรื่อง ไม่ว่าจะเช่น #เมคอัพ #กินข้าวนอกบ้าน หรือ #เติมเกม ก็ตามได้

  • มีกราฟสรุปค่าใช้จ่าย ดูได้ทั้งรายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ช่วยให้เห็นนิสัยการจ่ายและให้พี่ ๆ วางแผนการเงินได้ดีขึ้น

การชะลอจังหวะความเร็วชีวิตพร้อมมีผู้ช่วยดี ๆ อย่างเหมียวจด จะช่วยให้พี่สุขใจและสบายกระเป๋า พร้อมเดินตามเป้าหมายทางการเงินอย่างมั่นคง

เริ่มใช้เหมียวจด

ส่องฟีเจอร์เหมียวจด

เรื่องราวที่เหมียวแนะนำ

Loud Budgeting คืออะไร? ทำความรู้จัก เทรนด์อวดประหยัดมาแรง

Loud Budgeting คืออะไร? ทำความรู้จัก เทรนด์อวดประหยัดมาแรง

มาทำความเข้าใจกระแส Loud Budgeting เทรนด์อวดประหยัดมาแรงที่คนรุ่นใหม่พากันทำตาม กล้าเก็บ กล้าออม แบบดัง ๆ เพื่อเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน

Meowjot30 ก.ย. 68
DINK คืออะไร? ทำไมหลายคู่เลือกไม่มีลูก แล้วอยู่กันสองคนแบบแฮปปี้!

DINK คืออะไร? ทำไมหลายคู่เลือกไม่มีลูก แล้วอยู่กันสองคนแบบแฮปปี้!

DINK หรือ Double Income No Kids คือ รูปแบบชีวิตของคู่รักที่มีรายได้สองทางแต่ไม่มีลูก เพราะเหตุผลด้านอิสระ การเงิน และคุณภาพชีวิต

Meowjot21 ก.ค. 68
ให้เงินพ่อแม่เดือนละเท่าไหร่ดี? แบ่งอย่างไรไม่ให้กระทบชีวิตการเงินส่วนตัว

ให้เงินพ่อแม่เดือนละเท่าไหร่ดี? แบ่งอย่างไรไม่ให้กระทบชีวิตการเงินส่วนตัว

ให้เงินพ่อแม่เดือนละเท่าไหร่ดี? รู้วิธีแบ่งเงินเดือนให้พ่อแม่แบบไม่ลำบากตัวเอง พร้อมมุมมองดี ๆ ที่ช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างยั่งยืน

Meowjot30 ต.ค. 68
ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ (Slow Life) สุขใจและสบายกระเป๋า | เหมียวจด