รู้จัก FIRE Movement ปรับความคิด เปลี่ยนชีวิต จุดไฟสู่อิสรภาพการเงิน

Meowjot22 ส.ค. 68

รู้จัก FIRE movement ปรับความพร้อมการเงิน

พี่มนุษย์คงสงสัยกันว่า "FIRE Movement" คืออะไร ลองสังเกตจากพี่ ๆ บางคนที่ใช้ชีวิตสบาย ๆ ได้ทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่กลัวเงินหมด แต่ในขณะที่ตัวเองที่ยังคงต้องตื่นเช้าไปทำงานทุกวัน และมีแนวโน้มว่าจะต้องทำงานต่อไปจนแก่

ทำไมถึงใช้ชีวิตกันแบบนั้น? นั่นเป็นเพราะว่า เทรนด์การใช้เงินได้เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ไม่อยากทำงานไปจนถึงวัยเกษียณ และเริ่มมองหาทางลัดเพื่อเข้าถึงอิสรภาพทางการเงินได้มากขึ้น บทความนี้เหมียวจะพาพี่ ๆ ไปทำความรู้จักกับ FIRE Movement กัน ถ้าพี่เข้าใจแล้ว อาจเปลี่ยนชีวิตพี่ ๆ ไปตลอดกาลได้เลย

FIRE Movement คืออะไร? ปลดล็อก "ชีวิตอิสรภาพ" ก่อนวัยเกษียณ

Financial Independence, Retire Early หรือ FIRE Movement คือ แนวคิดทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินไว ๆ เพื่อให้มีเวลาทำสิ่งที่ตัวเองรักโดยไม่ต้องกังวล โดยคนที่ยึดถือแนวคิดนี้มักวางแผนทางการเงินอย่างดี ใช้เงินอย่างประหยัด เก็บออมเงินอย่างเคร่งครัด เอาเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนเพื่อสร้าง Passive Income (พาสซีฟอินคัม) รวมถึงวิธีการอื่น ๆ ที่ทำให้มีรายได้เข้ามามากที่สุด (แต่ไม่ใช่การพนันหรืองานสายเทานะ!) เพื่อเกษียณก่อนอายุเอาตัวเองออกมาได้เร็ว ไม่ต้องทำงานจนถึงอายุ 60 ปี

แนวคิดนี้เริ่มต้นจากหนังสือ Your Money or Your Life โดย Vicki Robin และ Joe Dominguez ที่ตีพิมพ์ในปี 1992 ซึ่งเล่าประสบการณ์ของ Joe ที่สามารถเกษียณตัวเองได้ตั้งแต่อายุ 31 ปี ด้วยการวางแผนการเงินอย่างมีเป้าหมาย

แนวคิด FIRE ยังสอดคล้องกับแนวทางการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ กล้าคิดนอกกรอบ และไม่ยึดติดกับงานประจำเพียงอย่างเดียว พวกเขาต้องการเวลาให้ตัวเองมากขึ้น และมองว่าการมีอิสรภาพทางการเงินคือการได้ "เลือก" ใช้ชีวิตตามแบบที่ตัวเองต้องการ

5 FIRE สรุปแนวทางเกษียณไวตั้งแต่ Lean ถึง Fat

5 FIRE สรุปแนวทางเกษียณไว

พี่ ๆ หลายคนได้รู้จักและเข้าใจแนวคิด FIRE Movement คืออะไร แล้วอยากออมเงินให้สำเร็จใช่มั้ย ? เหมียวมีแนวทางวางแผนการเงินมาแนะนำ ซึ่งวิธีเก็บเงินเพื่อ FIRE เกษียณไวแบบไฟลุกนั้นไม่มีแค่แบบเดียวนะ ความจริงแล้วมีถึง 5 ประเภทเลยทีเดียว โดยแต่ละประเภทเหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าว่า พี่ ๆ เหมาะกับ FIRE Movement แบบไหน

1. Lean FIRE

เป็นการวางแผนเกษียณไวด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ เพื่อรองรับเฉพาะค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ จึงเหมาะกับพี่มนุษย์ที่วางแผนจะใช้ชีวิตนอกเมืองที่มีค่าครองชีพไม่มาก เน้นการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเรียบง่าย สมถะ ไม่เน้นความบันเทิงใด ๆ

2. Regular FIRE

FIRE Movement ประเภทนี้ คือ การวางแผนเกษียณแบบสมดุลโดยคำนวณเงินเก็บหลังเกษียณตามค่าใช้จ่ายที่ใช้จริง ๆ ซึ่งรองรับทั้งค่าใช้จ่ายพื้นฐานและค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตแบบเดิมต่อไปได้ จึงเหมาะกับพี่มนุษย์ที่อยากเกษียณไว แต่ยังคงใช้ชีวิตรูปแบบเดิมอยู่อย่างไม่ลำบาก

3. Fat FIRE

การวางแผนเกษียณที่อยากใช้ชีวิตสบายกว่าตอนทำงาน โดยที่ไม่ต้องประหยัดเงินมากนัก เหมาะกับพี่มนุษย์ที่มีรายได้สูง หรือมีพอร์ตลงทุนที่เติบโตต่อเนื่อง และมีเป้าหมายชีวิตที่อยากทำ เช่น เที่ยวต่างประเทศ หรือใช้ชีวิตแบบหรูหรา ฯลฯ ดังนั้น ใครที่อยากเกษียณแบบนี้ต้องมีวินัยในการออมเงินและลงทุนสูงมาก เพื่อให้มีเงินใช้หลังเกษียณที่เพียงพอกับไลฟ์สไตล์ที่ใฝ่ฝันนั่นเอง

4. Barista FIRE

FIRE เกษียณประเภทนี้เหมาะกับพี่มนุษย์ที่อยากเกษียณจากงานประจำ แต่ยังอยากทำงานบางอย่างที่ไม่เครียดเท่างานประจำ โดยวางแผนเก็บเงินเกษียณเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายบางส่วน และเงินอีกส่วนมาจาก side hustle คือรายได้จากงานเสริมหรืองาน Part-time เพื่อเติมเต็มเงินเกษียณที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นตลอดทั้งเดือน

5. Coast FIRE

เป็นการวางแผนเกษียณที่พี่ ๆ ต้องเก็บเงินให้ถึงจำนวนหนึ่ง จากนั้นนำเงินไปลงทุนระยะยาวแบบดอกเบี้ยทบต้นโดยไม่ถอนออกมาหรือลงทุนเพิ่ม เมื่อเงินเกษียณในพอร์ตเติบโตถึงจำนวนที่ตั้งเป้าไว้ ก็สามารถเกษียณออกมาได้อย่างเบาใจ เหมาะกับพี่มนุษย์ที่เริ่มเก็บเงินตั้งแต่อายุน้อย และอยากทำงานที่ชอบแบบชิล ๆ

FIRE Movement ของคนเจนใหม่ อยากเกษียณเร็ว เริ่มเตรียมตัวยังไงดี?

FIRE Movement ของคนเจนใหม่

แม้ FIRE Movement คือแนวคิดที่เริ่มต้นมาจากต่างประเทศ แต่พี่ ๆ คนรุ่นใหม่ในไทยจำนวนไม่น้อยก็เริ่มสนใจแนวคิดนี้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน วัยกลางคน Gen Y และวัยรุ่น Gen Z ที่ให้คุณค่ากับ "อิสระ" มากกว่าความมั่นคงแบบเดิมที่ต้องทำงานเก็บเงินให้มากที่สุดจนถึง 60 ปี

แต่ยังไงก็ตาม การนำแนวคิด FIRE มาใช้ในบริบทการเงินในไทยที่ต้องปรับตัวพอสมควร ทั้งในเรื่องรายได้ โครงสร้างเศรษฐกิจ และพฤติกรรมทางการเงิน เพราะฉะนั้น พี่ ๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะเกษียณไฟลุกในอนาคต โดยเริ่มต้นจากการทำตามวิธีตามด้านล่างนี้อย่างจริงจังนะ

1. ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน

เช่น อยากเกษียณตอนอายุ 45 และใช้เงินเดือนละเท่าไหร่ ต้องคำนวณว่าเงินก้อนสุดท้ายควรอยู่ที่ประมาณกี่ล้านบาทโดยหลักการทั่วไปของ FIRE คือการมีเงินลงทุนประมาณ 25 เท่าของค่าใช้จ่ายรายปี

2. เพิ่มอัตราการออมให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

คนที่อยู่บนเส้นทาง FIRE มักออม 50–70% ของรายได้ในบริบทคนไทย แม้จะเริ่มต้นจาก 20–30% ก็ถือว่าเป็นก้าวที่ดี

3. ลงทุนเพื่อให้เงินเติบโต

พอร์ตลงทุน เช่น กองทุนดัชนี หุ้น หรือสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนระยะยาว จะช่วยให้เป้าหมาย FIRE เป็นไปได้เร็วขึ้นกว่าการฝากเงินไว้เฉย ๆ

4. ใช้จ่ายอย่างมีสติ

ปรับวิธีคิดเรื่องการใช้เงินจาก "อยากได้" เป็น "จำเป็นต้องมี" การรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่คุ้มค่ากับเวลาและแรงที่ใช้หาเงินมา เป็นหัวใจของแนวคิดนี้

ในขณะเดียวกัน แม้พี่ ๆ ยึดมั่นในแนวคิด FIRE Movement แต่การวางแผนออมเงินแบบ first jobber เพื่อให้เกษียณตัวเองได้ไวไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะพี่มนุษย์ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ อาจควบคุมการใช้จ่ายได้ยาก

  • รายได้เฉลี่ยต่อคนส่วนใหญ่อยู่ในระดับกลางถึงต่ำ ไม่เพียงพอต่อการออมเงิน

  • วัฒนธรรมการออมยังไม่แข็งแรง ส่วนใหญ่ยังใช้จ่ายโดยไม่วางแผนล่วงหน้า หรือขาดความรู้พื้นฐานการเงินและการวางแผนการเงิน

  • ระบบสวัสดิการหลังเกษียณที่ยังไม่ครอบคลุมมากพอ เช่น เงินบำนาญที่ได้รับไม่พอกับค่าใช้จ่ายจริง รวมถึงคนจำนนมากเข้าไม่ถึงสวัสดิการเกษียณ เป็นต้น

ดังนั้น พี่ ๆ อาจเริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่สามารถทำได้ง่ายก่อน โดยไม่จำเป็นต้องออมเงินแบบสุดโต่งทีเดียว เช่น วางเแผนเกษียณแบบ Coast FIRE หรือ Barista FIRE เมื่อทำได้แล้วจึงค่อย ๆ วางแผนเก็บเงินให้สอดคล้องกับชีวิตจริงมากขึ้น เพื่อเข้าถึงอิสรภาพทางการเงินได้เร็วที่สุด

เกษียณไวแบบ FIRE Movement เวิร์กจริงไหม?

เกษียณไวด้วย FIRE movement

เกษียณไวด้วยแนวคิด FIRE Movement ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วสามารถทำได้จริง ถ้าพี่ ๆ มีวินัยและความเข้าใจในเป้าหมายชีวิตของตัวเอง เพราะการบรรลุอิสรภาพทางการเงินไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยการเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีชีวิตอย่างจริงจัง ดังนั้น จึงไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยมีข้อดีและข้อเสีย คือ

  • ข้อดี : มีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต ได้ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ มีเวิร์คไลฟ์บาลานซ์ ไม่ต้องทำงานหนักไปจนแก่ มีโอกาสได้ใช้เวลากับครอบครัวหรือทำสิ่งที่รัก และที่สำคัญ พี่จะมีความมั่นคงทางการเงินสูง เพราะผ่านการวางแผนมาแล้ว

  • ข้อเสีย : อาจต้องเสียสละการใช้ชีวิตสุขสบาย เพื่อเปลี่ยนมาใช้ชีวิตแบบมีเป้าหมายมากขึ้น และเสี่ยงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอยู่บ่อย ๆ เพราะมีรายได้จำกัด

รู้ข้อดีและข้อเสียของ FIRE Movement แล้วว่าคืออะไร พี่ ๆ จึงควรมีตัวช่วยวางแผนการเงินเพื่อให้เกษียณได้ไวขึ้น วิธีเริ่มต้นง่ายที่สุดแค่ จดรายรับรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรู้ว่าเงินของเราหายไปกับอะไร พร้อมปรับพฤติกรรมการใช้เงิน ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือย และเพิ่มการออมหรือหารายได้เสริมไปด้วย เหมียวขอแนะนำตัวช่วยอย่างแอป "เหมียวจด" ที่ช่วยติดตามค่าใช้จ่ายรายวันจากสลิปโอนเงินได้อัตโนมัติ ช่วยให้พี่ ๆ มองเห็นภาพรวมทางการเงินของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น

  • จ่ายจากบัญชีธนาคารไหนก็จดได้ เพียงเปิดแอปเหมียวก็จดให้เลย

  • จดเพิ่มเองได้เมื่อจ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิต

  • สรุปค่าใช้จ่าย เห็นภาพรวมชัดเจนว่าเราเสียเงินไปกับอะไรมากที่สุด

  • จัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าบ้าน ค่าอาหาร หรือค่าช้อป ติดตามรายจ่ายอย่างละเอียด

  • สร้างแท็ก# เช่น #ค่าเช่า #ค่าผ่อน หรือ #ชอปปิง ช่วยคุมงบเฉพาะเรื่องได้ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่

  • มีกราฟสรุปข้ามเดือน เปรียบเทียบวิธีการใช้จ่าย ช่วยวางแผนเก็บเงินเกษียณได้ดีขึ้น

เพื่ออนาคตที่สดใสของพี่มนุษย์ ก็ลองโหลดมาติดเครื่องไว้ได้เลย!

เริ่มใช้เหมียวจด

เรื่องราวที่เหมียวแนะนำ

จาก 0 สู่ความสบาย: สูตรออมเงินแบบเรียล ๆ สู่ความมั่นคงทางการเงิน

จาก 0 สู่ความสบาย: สูตรออมเงินแบบเรียล ๆ สู่ความมั่นคงทางการเงิน

เริ่มต้นจาก 0 ก็สร้างความมั่นคงทางการเงินได้ ด้วยสูตรออมเงินง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ พร้อมเคล็ดลับการออมเพื่อความมั่นคงอย่างยั่งยืน

Meowjot21 ก.ค. 68
วิชาการเงินเวอร์ชันคนเบื่อเลข! สนุก เข้าใจง่าย ไม่งงแน่นอน

วิชาการเงินเวอร์ชันคนเบื่อเลข! สนุก เข้าใจง่าย ไม่งงแน่นอน

วิชาการเงิน (Financial Literacy) เรื่องพื้นฐานการเงินที่ควรรู้และทำความเข้าใจ เพื่อเพิ่มวินัยในการใช้จ่าย แถมมีเงินเก็บมากขึ้นด้วย

Meowjot30 ก.ย. 68
DINK คืออะไร? ทำไมหลายคู่เลือกไม่มีลูก แล้วอยู่กันสองคนแบบแฮปปี้!

DINK คืออะไร? ทำไมหลายคู่เลือกไม่มีลูก แล้วอยู่กันสองคนแบบแฮปปี้!

DINK หรือ Double Income No Kids คือ รูปแบบชีวิตของคู่รักที่มีรายได้สองทางแต่ไม่มีลูก เพราะเหตุผลด้านอิสระ การเงิน และคุณภาพชีวิต

Meowjot21 ก.ค. 68
รู้จัก FIRE Movement ปรับความคิด จุดไฟสู่อิสรภาพการเงิน | เหมียวจด