DINK คืออะไร? ทำไมหลายคู่เลือกไม่มีลูก แล้วอยู่กันสองคนแบบแฮปปี้!

เคยไถฟีดเรื่อย ๆ แล้วเจอคำว่า DINK กันมั้ย? เหมียวพูดได้เลยว่า DINK คือไลฟ์สไตล์ของคู่รักยุคใหม่ที่กำลังฮอตสุด ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ตัดสินใจ "ไม่มีลูก" แล้วหันมาโฟกัสที่การใช้ชีวิตดี ๆ แบบที่อยากเป็น แทนการทำตามสูตรสำเร็จของสังคม เพราะการมีลูกอาจไม่ได้ตอบโจทย์ความสุขในชีวิตอีกต่อไป
วันนี้เหมียวจะพาพี่มาทำความรู้จักกับโลกของ DINK แบบเจาะลึก ทั้งความหมาย จุดเริ่มต้น ข้อดี ข้อเสีย และแนวทางวางแผนชีวิต ถ้าพี่กำลังลังเลว่าจะมีลูกดีมั้ย หรืออยู่กันสองคนก็พอแล้ว บทความนี้อาจช่วยให้พี่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลย!
ทำความรู้จัก Dink คืออะไร?
DINK หรือ Double Income, No Kids คือ การที่คู่รักสองต่างคนต่างทำงาน มีรายได้สองทาง และเลือกที่จะไม่มีลูกนั่นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว คำว่า DINK เป็นคำที่ถูกพูดถึงกันมาตั้งแต่ยุค 80-90s แล้ว และกำลังกลายมาเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่สนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาศัยในเมืองใหญ่ มีไลฟ์สไตล์แบบเน้นคุณภาพชีวิต ให้ความสำคัญกับการดูแลกันและกัน เดินทางบ้าง ชิลบ้าง ใช้เงินกับสิ่งที่ชอบ และลงทุนกับอนาคตในแบบที่ตัวเองวาดฝันไว้

DINK ต่างจากชีวิตคู่ทั่วไปยังไงบ้าง?
ความต่างชัดเจนของคู่ DINK คือ "มีเงิน มีเวลา และมีอิสระ" มากกว่าคู่รักที่มีลูก เพราะไม่ต้องพะวงกับค่าเทอม ค่าขนม ค่านม หรือการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งที่กินเวลายาวไปหลายสิบปี
สรุปแบบเห็นภาพง่าย ๆ:
มีเวลามากกว่า
ไม่ต้องพาไปเรียนพิเศษ ไม่ต้องป้อนข้าว ไม่ต้องกล่อมนอน = มีเวลาว่างเหลือให้ทำสิ่งที่ชอบ หรือมีเวิร์คไลฟ์บาลานซ์ทำงานที่รักได้เต็มที่
ใช้เงินได้อย่างที่ใจอยาก
เงินเดือนสองคนรวมกันก็เยอะอยู่แล้ว แถมไม่มีรายจ่ายเรื่องลูก เงินเลยเอาไปเที่ยว ลงทุน หรือซื้อของที่อยากได้แบบไม่ต้องคิดมาก
วางแผนชีวิตได้แบบไม่ผูกมัด
คู่ DINK ที่เก็บเงินกับแฟน หลายคนมีเป้าหมายชัดเจน เช่น อยากเก็บเงินเที่ยวรอบโลก เปิดคาเฟ่ หรือเกษียณไว ๆ แบบ fire เกษียณ แล้วไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่ต่างจังหวัด
ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
บางคู่รู้สึกว่า การไม่มีลูกช่วยให้โฟกัสที่ความสัมพันธ์ได้มากขึ้น มีเวลาให้กัน ไม่เหนื่อยจนหมดแรงเหมือนตอนต้องเลี้ยงลูก
ทำไมเทรนด์ DINK ถึงมาแรง?
เพราะความจริงของยุคนี้คือ "ทุกอย่างแพงหมด" ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และแน่นอน...ค่าดูแลเด็กหนึ่งคน ตั้งแต่เกิดจนเรียนจบนี่อย่างต่ำก็หลักล้าน ซึ่งทำให้หลายคู่ต้องตั้งคำถามว่า "จะเลี้ยงลูกไหวจริงเหรอ?" หรือ "เราจะมีความสุขกับชีวิตแบบนั้นจริง ๆ มั้ย?"
ประกอบกับความคิดของคนยุคใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดกับสูตรชีวิตเดิม ๆ แบบแต่งงาน > มีบ้าน > มีลูก แต่เลือกจะ "ออกแบบชีวิตเอง" ให้เหมาะกับตัวเองมากกว่า จึงไม่แปลกเลยที่ DINK กลายเป็นเทรนด์มาแรงแบบไม่มีแผ่ว

ข้อดีของการเป็น DINK
อิสรภาพทางการเงิน: ไม่มีลูก = ไม่มีรายจ่ายมหาศาล เพิ่มโอกาสเก็บเงินไวขึ้น
ใช้ชีวิตได้อย่างที่ฝันไว้: จะไปเที่ยว จะเรียนต่อ หรือจะลาออกจากงานมาทำอะไรใหม่ ๆ ก็มีทางเลือกเยอะ
ลดความเครียด: ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่ต้องวางแผนชีวิตให้ลูก ไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตของใครนอกจากตัวเอง
ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น: เพราะมีเวลาให้กันมากกว่า และเหนื่อยน้อยลงเยอะ
ข้อเสียของการเป็น DINK
อาจเผลอใช้เงินเพลิน: ไม่มีลูกอาจทำให้เผลอใช้จ่ายเกินตัว เพราะคิดว่าไม่มีใครต้องดูแล
ความเหงาในระยะยาว: บางคนอาจรู้สึกขาดสีสันในชีวิต เมื่อไม่มีเสียงหัวเราะหรือความวุ่นวายของเด็ก ๆ
ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายหลังเกษียณให้เป๊ะ: ไม่มีลูก = ไม่มีคนดูแลตอนแก่ ต้องวางแผนให้ดีเพื่อดูแลตัวเองในอนาคต

คุณเหมาะกับการใช้ชีวิตแบบ DINK มั้ย
ถ้ายังลังเลว่าตัวเองเหมาะกับ DINK หรือเปล่า ลองถามตัวเองง่าย ๆ แบบนี้:
เป้าหมายชีวิตพี่คืออะไร?
พี่อยากมีเวลาให้ตัวเองหรือคนรักแค่ไหน?
พี่พร้อมดูแลตัวเองไปจนแก่ได้มั้ย ถ้าไม่มีลูกช่วย?
พี่รับมือกับแรงกดดันหรือคำถามจากคนรอบตัวได้มั้ย?
ถ้าคำตอบส่วนใหญ่คือ “ใช่” ชีวิตแบบ DINK อาจเป็นคำตอบของพี่ก็ได้นะ
อยากใช้ชีวิตคู่แบบ DINK วางแผนยังไงดี
ถ้าพี่มั่นใจว่าอยากใช้ชีวิตแบบ DINK แล้ว อย่าลืมวางแผนให้ดีด้วยนะ เพราะถึงไม่มีลูก ชีวิตก็ยังมีเรื่องให้จัดการอีกเยอะ ลองทำตามนี้ดูได้เลย:
วางงบรายเดือนให้ชัด
แบ่งเงินเป็นส่วน ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายประจำ เงินออม และงบสำหรับความสุขส่วนตัว
ตั้งเป้าระยะยาว
อยากเกษียณเร็ว? อยากซื้อบ้าน? หรืออยากไปเที่ยวยุโรปปีละครั้ง? การมีเป้าหมายร่วมกันจะทำให้ความสัมพันธ์ของพี่ ๆ แข็งแรงขึ้น พอตั้งเป้าหมายแล้วอย่างลืมวางแผน ทยอยทำตามแผนด้วยนะ
ระวังการจ่ายฟุ่มเฟือย
ไม่มีลูกไม่ได้แปลว่า เราจะใช้เงินได้แบบไม่ยั้งนะพี่! อยู่ด้วยกัน 2 คนยังไงก็ต้องระวังเรื่องการไม่มีเงินเก็บอยู่ดี โดยพี่ ๆ สามารถลดการจ่ายฟุ่มเฟือยได้จากการจัดรายรับรายจ่าย ลองดูว่า เราจ่ายเงินให้กับอะไรเยอะ และส่วนไหนสามารถประหยัดลงได้บ้าง แค่นี้ก็จะช่วยให้พี่ ๆ มีเงินเก็บมากขึ้น และมีเงินไว้อุ่นใจยามฉุกเฉินแล้ว
ให้เวลากันและกัน
แม้จะไม่มีลูก ก็อย่าลืมใส่ใจความสัมพันธ์ของตัวเองด้วย ออกไปเดตบ้าง ดูหนังด้วยกันบ้าง หรือวางแผนเที่ยวด้วยกันก็ช่วยเติมความสุขได้เยอะเลย
จะ DINK หรือไม่ DINK ก็อย่าลืมวางแผนชีวิตให้มั่นคง
สุดท้ายนี้ เหมียวอยากบอกว่า ชีวิตแบบ DINK ไม่ได้ดีกว่าหรือแย่กว่าการมีลูก แต่มันคือ “ทางเลือก” ที่พี่สามารถเลือกได้ ถ้ามันสอดคล้องกับความต้องการของตัวเองจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิดเลย
สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมวางแผนให้รอบด้าน ทั้งเรื่องเงิน เรื่องสุขภาพ และเรื่องความสัมพันธ์ พี่จะได้ใช้ชีวิตคู่แบบ DINK อย่างแฮปปี้ และมั่นคงระยะยาว
4 เคล็ดลับวางแผนการเงินสำหรับ DINK
แม้จะไม่มีภาระเรื่องลูก แต่ก็อย่าลืมนึกถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของอนาคตด้วยเช่นกัน พี่ ๆ คู่ไหนที่อยากใช้ชีวิตเป็น DINK อย่าลืมวางแผนการเงินอย่างรอบคอบด้วยนะ
ตั้งเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอ
ถามตัวเองร่วมกันว่า “ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะต้องใช้เงินเท่าไรถึงปลอดภัย” แล้วสร้างกองเงินฉุกเฉินครอบคลุมค่าใช้จ่าย (อย่างน้อย 6 เดือน) เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุ-เจ็บป่วย ถูกปลดจากงาน หรือซ่อมแซมบ้านวางแผนประกันภัยให้เหมาะสม
พิจารณาประกันสุขภาพ ประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุให้ครอบคลุมเพียงพอ ทั้งในแง่การรักษาและการชดเชยรายได้วางแผนเกษียณ
กำหนดเป้าหมายเกษียณ เช่น อายุที่อยากเลิกทำงานและรายจ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ แล้วคำนวณจำนวนเงินออมและการลงทุนที่ต้องทำให้บรรลุเป้าหมายทบทวนและปรับแผนเป็นระยะ
อย่าลืมทบทวนแผนการเงินทุกปีหรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เช่น รายได้เพิ่มขึ้น เป้าหมายเปลี่ยน หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เข้ามากะทันหัน
เทรนด์ DINK สะท้อนสังคมยุคใหม่ที่ไร้สูตรสำเร็จ
ไลฟ์สไตล์ DINK กำลังบอกเราว่า "สูตรความสุขของทุกคนไม่เหมือนกัน" หลายคนมีความสุขกับการมีลูก แต่บางคนก็อาจมีความสุขมากกว่าเมื่อไม่มีลูก แบบ PANK ไม่มีอะไรผิดหรือถูก แค่เลือกในสิ่งที่ใช่กับตัวเอง และหากในอนาคตเปลี่ยนใจอยากมีลูก ควรศึกษาก่อนว่า มีลูก 1 คนใช้เงินเท่าไหร่ เพื่อเตรียมการเงินอย่างรอบคอบ
สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมวางแผนการเงิน เพราะไม่ว่าจะมีลูกหรือไม่มีลูก ทุกคนต้องเตรียมพร้อมให้ตัวเองมีอนาคตที่มั่นคง แอป "เหมียวจด" อาจช่วยพี่ได้ในเรื่องนี้ เพราะเรารู้ว่า...
การวางแผนการเงินสำคัญมากสำหรับชีวิต DINK
คู่ DINK มีรายได้สองทางแต่ต้องไม่ลืมวางแผนให้ดี ไม่ใช่แค่ใช้เงินฟุ่มเฟือยแล้วไม่มีเหลือเก็บ แนะนำให้ใช้แอป "เหมียวจด" เพื่อ:
จดรายรับรายจ่ายอัตโนมัติจาก e-slip ไม่ต้องจดเอง
เพิ่มรายการเองได้ ถ้าใช้เงินสดหรือบัตรเครดิต
สร้างเป้าหมายและวางแผนเก็บเงินเพื่อความมั่นคงในอนาคต
แยกหมวดหมู่รายจ่ายให้ชัดเจน ช่วยให้เห็นว่าเงินไหลไปไหนบ้าง
ติดแท็กได้ เช่น #ท่องเที่ยว #เพื่อเกษียณ เพื่อแยกรายจ่ายแต่ละส่วนให้ชัดเจน
มีกราฟสรุปรายจ่ายทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน ช่วยดูพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองได้แบบชัด ๆ
ไม่ว่าพี่จะเลือกเป็น DINK หรือไม่ ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่การมีสุขภาพการเงินที่ดี ตัดสินใจด้วยตัวเอง และใช้ชีวิตในแบบที่เข้าใจว่า "นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการจริง ๆ" ไม่ใช่ตามกรอบที่สังคมวางไว้
ลองโหลดแอปเหมียวจดเพื่อช่วยจัดระเบียบการเงิน และวางแผนอนาคตไปกับคู่ของพี่แบบไม่พลาดเลยสักรายการ!
เรื่องราวที่เหมียวแนะนำ

การเงินกับไลฟ์สไตล์ Gen Z: บริหารยังไงให้เงินเหลือ แบบไม่ฝืน
ทำไมเงินหมดเร็วจัง ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้ช้อปหนักหรือติดแกลมมากมาย? มาทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ Gen Z และเหตุผลที่ทำให้เงินไหลไม่ค่อยเหลือเก็บ พร้อมวิธีรับมือให้มีเงินเหลือแบบไม่ฝืน

4 วิธีวางแผนการเงินฉบับฟรีแลนซ์ ให้มั่นใจและมั่นคง
งานฟรีแลนซ์ คือ ทางเลือกการทำงานที่ไม่ขึ้นตรงกับบริษัท และตอบโจทย์คนยังอิสระมาก ๆ แต่ก็มาพร้อมการรายได้ที่ไม่แน่นอน แล้วเป็นฟรีแลนซ์ควรวางแผนการเงินยังไง?

เปิดสูตรฮาวทู วิธีปลดหนี้บัตรเครดิตให้เป็น 0!
วิธีปลดหนี้บัตรเครดิต เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้หลายคนหลุดออกจากวงจรหนี้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดได้อย่างยั่งยืน เรียนรู้เทคนิคการจัดการหนี้บัตรเครดิตที่ทำได้จริง