DINK คืออะไร? ทำไมหลายคู่เลือกไม่มีลูก แล้วอยู่กันสองคนแบบแฮปปี้!

Meowjot21 ก.ค. 68

DINK

เคยไถฟีดเรื่อย ๆ แล้วเจอคำว่า DINK กันมั้ย? เหมียวพูดได้เลยว่า DINK คือไลฟ์สไตล์ของคู่รักยุคใหม่ที่กำลังฮอตสุด ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ตัดสินใจ "ไม่มีลูก" แล้วหันมาโฟกัสที่การใช้ชีวิตดี ๆ แบบที่อยากเป็น แทนการทำตามสูตรสำเร็จของสังคม เพราะการมีลูกอาจไม่ได้ตอบโจทย์ความสุขในชีวิตอีกต่อไป

วันนี้เหมียวจะพาพี่มาทำความรู้จักกับโลกของ DINK แบบเจาะลึก ทั้งความหมาย จุดเริ่มต้น ข้อดี ข้อเสีย และแนวทางวางแผนชีวิต ถ้าพี่กำลังลังเลว่าจะมีลูกดีมั้ย หรืออยู่กันสองคนก็พอแล้ว บทความนี้อาจช่วยให้พี่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลย!

ทำความรู้จัก Dink คืออะไร?

DINK หรือ Double Income, No Kids คือ การที่คู่รักสองต่างคนต่างทำงาน มีรายได้สองทาง และเลือกที่จะไม่มีลูกนั่นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว คำว่า DINK เป็นคำที่ถูกพูดถึงกันมาตั้งแต่ยุค 80-90s แล้ว และกำลังกลายมาเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่สนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาศัยในเมืองใหญ่ มีไลฟ์สไตล์แบบเน้นคุณภาพชีวิต ให้ความสำคัญกับการดูแลกันและกัน เดินทางบ้าง ชิลบ้าง ใช้เงินกับสิ่งที่ชอบ และลงทุนกับอนาคตในแบบที่ตัวเองวาดฝันไว้

DINK คืออะไร

DINK ต่างจากชีวิตคู่ทั่วไปยังไงบ้าง?

ความต่างชัดเจนของคู่ DINK คือ "มีเงิน มีเวลา และมีอิสระ" มากกว่าคู่รักที่มีลูก เพราะไม่ต้องพะวงกับค่าเทอม ค่าขนม ค่านม หรือการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งที่กินเวลายาวไปหลายสิบปี

สรุปแบบเห็นภาพง่าย ๆ:

มีเวลามากกว่า

ไม่ต้องพาไปเรียนพิเศษ ไม่ต้องป้อนข้าว ไม่ต้องกล่อมนอน = มีเวลาว่างเหลือให้ทำสิ่งที่ชอบ หรือมีเวิร์คไลฟ์บาลานซ์ทำงานที่รักได้เต็มที่

ใช้เงินได้อย่างที่ใจอยาก

เงินเดือนสองคนรวมกันก็เยอะอยู่แล้ว แถมไม่มีรายจ่ายเรื่องลูก เงินเลยเอาไปเที่ยว ลงทุน หรือซื้อของที่อยากได้แบบไม่ต้องคิดมาก

วางแผนชีวิตได้แบบไม่ผูกมัด

คู่ DINK ที่เก็บเงินกับแฟน หลายคนมีเป้าหมายชัดเจน เช่น อยากเก็บเงินเที่ยวรอบโลก เปิดคาเฟ่ หรือเกษียณไว ๆ แบบ fire เกษียณ แล้วไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่ต่างจังหวัด

ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น

บางคู่รู้สึกว่า การไม่มีลูกช่วยให้โฟกัสที่ความสัมพันธ์ได้มากขึ้น มีเวลาให้กัน ไม่เหนื่อยจนหมดแรงเหมือนตอนต้องเลี้ยงลูก

ทำไมเทรนด์ DINK ถึงมาแรง?

เพราะความจริงของยุคนี้คือ "ทุกอย่างแพงหมด" ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และแน่นอน...ค่าดูแลเด็กหนึ่งคน ตั้งแต่เกิดจนเรียนจบนี่อย่างต่ำก็หลักล้าน ซึ่งทำให้หลายคู่ต้องตั้งคำถามว่า "จะเลี้ยงลูกไหวจริงเหรอ?" หรือ "เราจะมีความสุขกับชีวิตแบบนั้นจริง ๆ มั้ย?"

ประกอบกับความคิดของคนยุคใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดกับสูตรชีวิตเดิม ๆ แบบแต่งงาน > มีบ้าน > มีลูก แต่เลือกจะ "ออกแบบชีวิตเอง" ให้เหมาะกับตัวเองมากกว่า จึงไม่แปลกเลยที่ DINK กลายเป็นเทรนด์มาแรงแบบไม่มีแผ่ว

ไลฟ์สไตล์ DINK

ข้อดีของการเป็น DINK

  • อิสรภาพทางการเงิน: ไม่มีลูก = ไม่มีรายจ่ายมหาศาล เพิ่มโอกาสเก็บเงินไวขึ้น

  • ใช้ชีวิตได้อย่างที่ฝันไว้: จะไปเที่ยว จะเรียนต่อ หรือจะลาออกจากงานมาทำอะไรใหม่ ๆ ก็มีทางเลือกเยอะ

  • ลดความเครียด: ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่ต้องวางแผนชีวิตให้ลูก ไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตของใครนอกจากตัวเอง

  • ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น: เพราะมีเวลาให้กันมากกว่า และเหนื่อยน้อยลงเยอะ

ข้อเสียของการเป็น DINK

  • อาจเผลอใช้เงินเพลิน: ไม่มีลูกอาจทำให้เผลอใช้จ่ายเกินตัว เพราะคิดว่าไม่มีใครต้องดูแล

  • ความเหงาในระยะยาว: บางคนอาจรู้สึกขาดสีสันในชีวิต เมื่อไม่มีเสียงหัวเราะหรือความวุ่นวายของเด็ก ๆ

  • ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายหลังเกษียณให้เป๊ะ: ไม่มีลูก = ไม่มีคนดูแลตอนแก่ ต้องวางแผนให้ดีเพื่อดูแลตัวเองในอนาคต

คุณเหมาะกับชีวิต DINK มั้ย

คุณเหมาะกับการใช้ชีวิตแบบ DINK มั้ย

ถ้ายังลังเลว่าตัวเองเหมาะกับ DINK หรือเปล่า ลองถามตัวเองง่าย ๆ แบบนี้:

  • เป้าหมายชีวิตพี่คืออะไร?

  • พี่อยากมีเวลาให้ตัวเองหรือคนรักแค่ไหน?

  • พี่พร้อมดูแลตัวเองไปจนแก่ได้มั้ย ถ้าไม่มีลูกช่วย?

  • พี่รับมือกับแรงกดดันหรือคำถามจากคนรอบตัวได้มั้ย?

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่คือ “ใช่” ชีวิตแบบ DINK อาจเป็นคำตอบของพี่ก็ได้นะ

อยากใช้ชีวิตคู่แบบ DINK วางแผนยังไงดี

ถ้าพี่มั่นใจว่าอยากใช้ชีวิตแบบ DINK แล้ว อย่าลืมวางแผนให้ดีด้วยนะ เพราะถึงไม่มีลูก ชีวิตก็ยังมีเรื่องให้จัดการอีกเยอะ ลองทำตามนี้ดูได้เลย:

  • วางงบรายเดือนให้ชัด 

แบ่งเงินเป็นส่วน ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายประจำ เงินออม และงบสำหรับความสุขส่วนตัว

  • ตั้งเป้าระยะยาว

อยากเกษียณเร็ว? อยากซื้อบ้าน? หรืออยากไปเที่ยวยุโรปปีละครั้ง? การมีเป้าหมายร่วมกันจะทำให้ความสัมพันธ์ของพี่ ๆ แข็งแรงขึ้น พอตั้งเป้าหมายแล้วอย่างลืมวางแผน ทยอยทำตามแผนด้วยนะ

  • ระวังการจ่ายฟุ่มเฟือย

ไม่มีลูกไม่ได้แปลว่า เราจะใช้เงินได้แบบไม่ยั้งนะพี่! อยู่ด้วยกัน 2 คนยังไงก็ต้องระวังเรื่องการไม่มีเงินเก็บอยู่ดี โดยพี่ ๆ สามารถลดการจ่ายฟุ่มเฟือยได้จากการจัดรายรับรายจ่าย ลองดูว่า เราจ่ายเงินให้กับอะไรเยอะ และส่วนไหนสามารถประหยัดลงได้บ้าง แค่นี้ก็จะช่วยให้พี่ ๆ มีเงินเก็บมากขึ้น และมีเงินไว้อุ่นใจยามฉุกเฉินแล้ว

  • ให้เวลากันและกัน

แม้จะไม่มีลูก ก็อย่าลืมใส่ใจความสัมพันธ์ของตัวเองด้วย ออกไปเดตบ้าง ดูหนังด้วยกันบ้าง หรือวางแผนเที่ยวด้วยกันก็ช่วยเติมความสุขได้เยอะเลย

จะ DINK หรือไม่ DINK ก็อย่าลืมวางแผนชีวิตให้มั่นคง

สุดท้ายนี้ เหมียวอยากบอกว่า ชีวิตแบบ DINK ไม่ได้ดีกว่าหรือแย่กว่าการมีลูก แต่มันคือ “ทางเลือก” ที่พี่สามารถเลือกได้ ถ้ามันสอดคล้องกับความต้องการของตัวเองจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิดเลย

สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมวางแผนให้รอบด้าน ทั้งเรื่องเงิน เรื่องสุขภาพ และเรื่องความสัมพันธ์ พี่จะได้ใช้ชีวิตคู่แบบ DINK อย่างแฮปปี้ และมั่นคงระยะยาว

4 เคล็ดลับวางแผนการเงินสำหรับ DINK

แม้จะไม่มีภาระเรื่องลูก แต่ก็อย่าลืมนึกถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของอนาคตด้วยเช่นกัน พี่ ๆ คู่ไหนที่อยากใช้ชีวิตเป็น DINK อย่าลืมวางแผนการเงินอย่างรอบคอบด้วยนะ  

  1. ตั้งเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอ
    ถามตัวเองร่วมกันว่า “ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะต้องใช้เงินเท่าไรถึงปลอดภัย” แล้วสร้างกองเงินฉุกเฉินครอบคลุมค่าใช้จ่าย (อย่างน้อย 6 เดือน) เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุ-เจ็บป่วย ถูกปลดจากงาน หรือซ่อมแซมบ้าน

  2. วางแผนประกันภัยให้เหมาะสม
    พิจารณาประกันสุขภาพ ประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุให้ครอบคลุมเพียงพอ ทั้งในแง่การรักษาและการชดเชยรายได้

  3. วางแผนเกษียณ
    กำหนดเป้าหมายเกษียณ เช่น อายุที่อยากเลิกทำงานและรายจ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ แล้วคำนวณจำนวนเงินออมและการลงทุนที่ต้องทำให้บรรลุเป้าหมาย

  4. ทบทวนและปรับแผนเป็นระยะ
    อย่าลืมทบทวนแผนการเงินทุกปีหรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เช่น รายได้เพิ่มขึ้น เป้าหมายเปลี่ยน หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เข้ามากะทันหัน

เทรนด์ DINK สะท้อนสังคมยุคใหม่ที่ไร้สูตรสำเร็จ

ไลฟ์สไตล์ DINK กำลังบอกเราว่า "สูตรความสุขของทุกคนไม่เหมือนกัน" หลายคนมีความสุขกับการมีลูก แต่บางคนก็อาจมีความสุขมากกว่าเมื่อไม่มีลูก แบบ PANK ไม่มีอะไรผิดหรือถูก แค่เลือกในสิ่งที่ใช่กับตัวเอง และหากในอนาคตเปลี่ยนใจอยากมีลูก ควรศึกษาก่อนว่า มีลูก 1 คนใช้เงินเท่าไหร่ เพื่อเตรียมการเงินอย่างรอบคอบ

สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมวางแผนการเงิน เพราะไม่ว่าจะมีลูกหรือไม่มีลูก ทุกคนต้องเตรียมพร้อมให้ตัวเองมีอนาคตที่มั่นคง แอป "เหมียวจด" อาจช่วยพี่ได้ในเรื่องนี้ เพราะเรารู้ว่า...

การวางแผนการเงินสำคัญมากสำหรับชีวิต DINK

คู่ DINK มีรายได้สองทางแต่ต้องไม่ลืมวางแผนให้ดี ไม่ใช่แค่ใช้เงินฟุ่มเฟือยแล้วไม่มีเหลือเก็บ แนะนำให้ใช้แอป "เหมียวจด" เพื่อ:

  • จดรายรับรายจ่ายอัตโนมัติจาก e-slip ไม่ต้องจดเอง

  • เพิ่มรายการเองได้ ถ้าใช้เงินสดหรือบัตรเครดิต

  • สร้างเป้าหมายและวางแผนเก็บเงินเพื่อความมั่นคงในอนาคต

  • แยกหมวดหมู่รายจ่ายให้ชัดเจน ช่วยให้เห็นว่าเงินไหลไปไหนบ้าง

  • ติดแท็กได้ เช่น #ท่องเที่ยว #เพื่อเกษียณ เพื่อแยกรายจ่ายแต่ละส่วนให้ชัดเจน

มีกราฟสรุปรายจ่ายทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน ช่วยดูพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองได้แบบชัด ๆ

ไม่ว่าพี่จะเลือกเป็น DINK หรือไม่ ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่การมีสุขภาพการเงินที่ดี ตัดสินใจด้วยตัวเอง และใช้ชีวิตในแบบที่เข้าใจว่า "นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการจริง ๆ" ไม่ใช่ตามกรอบที่สังคมวางไว้

ลองโหลดแอปเหมียวจดเพื่อช่วยจัดระเบียบการเงิน และวางแผนอนาคตไปกับคู่ของพี่แบบไม่พลาดเลยสักรายการ!

เริ่มใช้เหมียวจด

เรื่องราวที่เหมียวแนะนำ

ซื้อบ้านหรือรถก่อนดี? เลือกได้ไม่ยาก ถ้ามีแผนการเงินที่ดี

ซื้อบ้านหรือรถก่อนดี? เลือกได้ไม่ยาก ถ้ามีแผนการเงินที่ดี

ซื้อบ้านหรือรถก่อนดี? รู้แนวคิดในการเลือกซื้อบ้านและรถ พร้อมวิธีวางแผนการเงินที่สามารถทำตามได้จริง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่ต้องการ

Meowjot30 ต.ค. 68
Active กับ Passive Income ต่างกันยังไงนะ? สรุปให้แบบไหนที่เหมาะกับคุณ

Active กับ Passive Income ต่างกันยังไงนะ? สรุปให้แบบไหนที่เหมาะกับคุณ

รู้จักความต่างของ Active Income กับ Passive Income พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย เหมาะกับคนเริ่มวางแผนการเงิน อ่านจบวางแผนรายได้ได้เลย!

Meowjot30 ก.ย. 68
ใช้เงินเป็นแบบทฤษฎีสามเหลี่ยม (พีระมิดการเงิน) เก็ทใน 3 นาที ไม่ต้องท่องจำ

ใช้เงินเป็นแบบทฤษฎีสามเหลี่ยม (พีระมิดการเงิน) เก็ทใน 3 นาที ไม่ต้องท่องจำ

รู้จักพีระมิดการเงินแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องท่องจำ วางแผนการเงินแบบมีระบบ เริ่มต้นได้ทันทีด้วยตัวเอง พร้อมตัวอย่างจริง

Meowjot21 ก.ค. 68
DINK: Double Income No Kids สไตล์ชีวิตไม่มีลูก แต่มีเงินเก็บ | เหมียวจด